คนเล่นไพ่เกือบทุกคนเคยเจอปัญหาเดียวกัน คือซื้อไพ่สำรับใหม่มาเล่นได้ไม่กี่เดือน ขอบก็เริ่มหลุดเป็นขุย มุมงอ ผิวเริ่มติดกันจนสับไม่ลื่น พอไปเดินหาซื้อใหม่ก็เจอทั้งไพ่ราคาหลักสิบที่เป็นกระดาษ และไพ่ราคาหลักร้อยที่เขียนว่า พลาสติก 100% คำถามที่ตามมาคือไพ่สองแบบนี้ต่างกันจริงไหม และจำเป็นต้องจ่ายแพงกว่าหรือเปล่า
บทความนี้เทียบไพ่พลาสติกกับไพ่กระดาษแบบตรงไปตรงมา ทั้งวัสดุ สัมผัสเวลาเล่น อายุการใช้งาน ราคา และการดูแลรักษา เพื่อให้คุณเลือกได้ว่าวงไพ่ของคุณควรใช้แบบไหน
ไพ่พลาสติกกับไพ่กระดาษ ต่างกันตรงไหน
ความต่างเริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการผลิต ไม่ใช่แค่ความรู้สึกตอนจับ อย่างที่หลายคนเข้าใจ

อ้างอิง: Thaiplayingcard
โครงสร้างของไพ่กระดาษ
ไพ่กระดาษไม่ได้เป็นกระดาษแผ่นเดียว แต่เป็นการประกบหลายชั้นเข้าด้วยกัน โดยทั่วไปคือกระดาษด้านหน้า ชั้นแกนกลางสีดำ (black core) ที่ทำหน้าที่กันแสงทะลุไม่ให้มองเห็นหน้าไพ่จากด้านหลัง แล้วปิดด้วยกระดาษอีกด้านและเคลือบผิวกันลื่นทับอีกที ชั้นเคลือบนี้แหละที่ทำให้ไพ่ใหม่สับลื่นมือ และเป็นชั้นแรกที่สึกไปเมื่อใช้ไปนานๆ
โครงสร้างของไพ่พลาสติก
ไพ่พลาสติกแท้ผลิตจากเนื้อวัสดุชิ้นเดียวตลอดทั้งใบ วัสดุที่ใช้กันมากมีสองชนิดคือ PVC (แบรนด์อย่าง Copag ใช้) และเซลลูโลสอะซิเตท (แบรนด์อย่าง KEM ใช้) เมื่อไม่มีการประกบชั้น จึงไม่มีปัญหาชั้นกระดาษแยกออกจากกัน และไม่มีชั้นเคลือบให้สึก
ข้อควรระวังคือคำว่า “พลาสติก” บนกล่องไม่ได้แปลว่าเป็นพลาสติกทั้งใบเสมอไป ไพ่ราคาถูกจำนวนมากเป็นไพ่กระดาษที่เคลือบพลาสติกบาง ๆ (plastic-coated) ซึ่งยังคงเป็นไพ่กระดาษอยู่ดี ถ้าต้องการของจริงให้มองหาคำว่า 100% Plastic, 100% PVC หรือ Cellulose Acetate บนกล่อง
เปรียบเทียบข้อดีข้อเสีย
ความทนทานและอายุการใช้งาน
นี่คือจุดที่ไพ่พลาสติกชนะขาด ไพ่กระดาษจะเริ่มบิดงอ ขอบเป็นขุย มุมช้ำ และมีรอยขีดกลางใบหลังใช้ไปสักพัก โดยเฉพาะถ้าสับแบบ riffle บ่อย ๆ ส่วนไพ่พลาสติกไม่งอง่าย ไม่มีชั้นกระดาษให้แยก และแทบไม่มีปัญหาขอบหลุด
ร้านค้าและแหล่งข้อมูลในวงการโป๊กเกอร์ระบุว่าไพ่พลาสติกอย่าง Copag หรือ KEM อยู่ได้นานกว่าไพ่กระดาษหลายสิบเท่าเมื่อใช้งานในระดับเดียวกัน
โดยไพ่พลาสติกที่เล่นในบ้านเป็นประจำมักใช้ได้ประมาณ 6 เดือนถึง 2 ปี ตัวเลขพวกนี้ควรมองเป็นภาพรวมมากกว่าตัวเลขตายตัว เพราะขึ้นกับความถี่ในการเล่นและพื้นโต๊ะที่ใช้
อย่างไรก็ตามข้อจำกัดที่มักถูกลืมคือ “หมึกพิมพ์” ไม่ได้ทนเท่าเนื้อพลาสติก การเล่นบนพื้นผิวหยาบ ๆ นาน ๆ ทำให้ลายจางได้ก่อนที่ตัวไพ่จะพัง
สัมผัสและความรู้สึกตอนเล่น
ไพ่กระดาษให้สัมผัสที่นุ่มกว่า มีความยืดหยุ่น เด้งกลับเวลาโค้งไพ่ และเกาะมือกว่า ซึ่งเป็นเหตุผลที่นักมายากลและคนเล่น cardistry เกือบทั้งหมดยังใช้ไพ่กระดาษ เพราะเทคนิคสเลอต์ออฟแฮนด์ (sleight of hand) ถูกพัฒนามาบนกระดาษมาเป็นร้อยปี
ไพ่พลาสติกจะลื่นและแข็งกว่า ตอนแรกอาจรู้สึกไม่คุ้นมือ แต่ข้อดีคือสัมผัสของมันคงที่ ไพ่กระดาษสำรับใหม่จะสับดีมากในช่วงแรกแล้วค่อย ๆ แย่ลง ส่วนไพ่พลาสติกจะรู้สึกเหมือนเดิมไปอีกนาน

อ้างอิง: Thaiplayingcard
ราคาและความคุ้มค่า
ไพ่กระดาษถูกกว่าชัดเจน ในไทยหาซื้อได้ตั้งแต่หลักสิบถึงร้อยต้น ๆ ส่วนไพ่พลาสติกแท้แบรนด์ที่คนโป๊กเกอร์ใช้กันมักอยู่หลักหลายร้อยต่อสำรับ หรือขายเป็นเซ็ตสองสำรับ
ถ้าคิดเป็นต้นทุนต่อการเล่นหนึ่งครั้ง คนที่มีวงไพ่ประจำทุกสัปดาห์มักจะคุ้มกว่าถ้าซื้อไพ่พลาสติก เพราะไม่ต้องเปลี่ยนสำรับบ่อย แต่ถ้าเล่นปีละไม่กี่ครั้ง ไพ่กระดาษราคาถูกก็ตอบโจทย์กว่าอยู่ดี
การดูแลรักษาและความทนน้ำ
ข้อได้เปรียบที่ชัดที่สุดอีกข้อของไพ่พลาสติกคือล้างน้ำได้ ถ้าน้ำหกใส่หรือมือมัน ๆ จากขนมกรุบกรอบ เช็ดด้วยผ้าชุบน้ำหมาด ๆ หรือล้างด้วยน้ำสบู่อ่อน ๆ แล้วเช็ดให้แห้งสนิทก็จบ ในขณะที่ไพ่กระดาษโดนน้ำหกทีเดียวมักหมายถึงต้องทิ้งทั้งสำรับ เพราะกระดาษจะบวมและชั้นในเริ่มแยก
ไพ่แบบไหนเหมาะกับใคร
วงโป๊กเกอร์และวงไพ่ประจำ
ถ้าเล่นบ่อย มีการสับหนัก ๆ ทุกตา และอยากได้ไพ่ที่ไม่มีรอยตำหนิให้จำได้ (ซึ่งเป็นเรื่องความยุติธรรมของเกม) ไพ่พลาสติกคือคำตอบ ไพ่กระดาษที่มุมงอหรือมีรอยขีดจะกลายเป็น “ไพ่มีตำหนิ” ที่คนสังเกตเห็นได้ทันที
เล่นกับครอบครัวและวงปาร์ตี้
เกมอย่างไพ่ดัมมี่ เก้าเก ป๊อกเด้ง หรือเกมปาร์ตี้ที่เล่นกันเป็นครั้งคราว ไพ่กระดาษราคาประหยัดก็เพียงพอ เพราะไม่ได้ใช้หนักและถ้าพังก็เปลี่ยนใหม่ได้ในราคาไม่กี่สิบบาท
มายากลและ cardistry
งานนี้ไพ่กระดาษชนะขาด เพราะเทคนิคส่วนใหญ่ต้องอาศัยความยืดหยุ่น การเด้งกลับ และการเกาะมือของกระดาษ ไพ่พลาสติกที่แข็งและลื่นทำท่าพวกนี้ได้ยากกว่ามาก

อ้างอิง: DAN & DAVE
เล่นกลางแจ้ง พกพา และเด็กๆ
ริมสระน้ำ ชายหาด ตั้งแคมป์ หรือให้เด็กเล่น ไพ่พลาสติกเหมาะกว่าเพราะไม่กลัวน้ำ ไม่กลัวมือเปื้อน และทนการถูกจับแบบไม่ทะนุถนอม
เคล็ดลับเลือกซื้อและยืดอายุไพ่
ก่อนจ่ายเงิน ลองเช็คสามอย่างนี้
- อย่างแรกคืออ่านฉลากให้ชัดว่าเป็น 100% Plastic จริงหรือแค่เคลือบพลาสติก
- อย่างที่สองคือดูขนาด ไพ่มีทั้งขนาด Poker (กว้างกว่า) และ Bridge (แคบกว่า จับถนัดมือกว่าสำหรับคนมือเล็ก)
- อย่างที่สามคือดูหน้าไพ่ ถ้าเล่นกันหลายคนรอบโต๊ะใหญ่ แบบ Jumbo Index ที่ตัวเลขใหญ่จะอ่านง่ายกว่า
สำหรับคนที่แค่อยากได้สำรับไว้เล่นเล่น ๆ ที่บ้าน ไพ่ ที่ขายตามร้านสะดวกซื้อก็ทำหน้าที่ได้ดีในราคาที่เข้าถึงง่าย และเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีก่อนจะตัดสินใจลงทุนกับสำรับพลาสติกราคาสูงขึ้น
ส่วนการยืดอายุไพ่ทำได้ไม่ยาก เล่นบนผ้าปูโต๊ะหรือแผ่นรองแทนพื้นไม้หรือกระจกที่ขูดผิวไพ่ ล้างมือให้แห้งสนิทก่อนเล่น เก็บไพ่ในกล่องหรือกระเป๋าแข็งแทนการโยนใส่ลิ้นชัก และเลี่ยงการเก็บในที่ร้อนอย่างในรถ เพราะทั้งกระดาษและพลาสติกบิดงอได้เมื่อเจอความร้อนสะสม
สรุปส่งท้าย
ไม่มีวัสดุไหนดีกว่า มีแต่วัสดุที่เหมาะกับการใช้งานของคุณมากกว่า ถ้าเล่นบ่อย เล่นหนัก อยากได้ความทนและล้างน้ำได้ ให้เลือกไพ่พลาสติกแท้แล้วมองว่าเป็นการลงทุนระยะยาว แต่ถ้าเล่นนาน ๆ ครั้ง เน้นสัมผัสนุ่มมือ หรือฝึกมายากล ไพ่กระดาษยังเป็นตัวเลือกที่คุ้มและถูกจริตกว่า
คำถามที่พบบ่อย
ไพ่พลาสติกล้างน้ำได้จริงไหม
ได้ ไพ่พลาสติกแท้เช็ดด้วยผ้าชุบน้ำหมาดหรือล้างด้วยน้ำสบู่อ่อน ๆ ได้ แต่ต้องเช็ดให้แห้งสนิทก่อนเก็บ ส่วนไพ่กระดาษและไพ่ที่แค่เคลือบพลาสติกไม่ควรล้างน้ำเด็ดขาด
ไพ่ที่เขียนว่าเคลือบพลาสติก นับเป็นไพ่พลาสติกหรือเปล่า
ไม่นับ ไพ่เคลือบพลาสติก (plastic-coated) คือไพ่กระดาษที่มีชั้นเคลือบบาง ๆ ด้านนอก แกนกลางยังเป็นกระดาษ จึงยังบวมน้ำและขอบหลุดได้เหมือนไพ่กระดาษทั่วไป
ไพ่พลาสติกใช้ได้นานแค่ไหน
ขึ้นกับความถี่ในการเล่นและพื้นผิวที่ใช้ วงไพ่ในบ้านที่เล่นประจำมักใช้ได้ราวครึ่งปีถึงสองปี และสิ่งที่มักเสื่อมก่อนตัวไพ่คือหมึกพิมพ์ที่จางลงจากการเสียดสี
ทำไมนักมายากลยังใช้ไพ่กระดาษ
เพราะเทคนิคมายากลและ cardistry ต้องการความยืดหยุ่น การเด้งกลับ และแรงเสียดทานที่พอดี ซึ่งเป็นคุณสมบัติของกระดาษ ไพ่พลาสติกแข็งและลื่นเกินไปสำหรับท่าส่วนใหญ่
ไพ่ขนาด Poker กับ Bridge ต่างกันอย่างไร
ต่างกันที่ความกว้าง ไพ่ Poker กว้างกว่าและนิยมใช้ในเกมโป๊กเกอร์ทั่วไป ส่วนไพ่ Bridge แคบกว่าเล็กน้อย ถือถนัดมือกว่าเมื่อต้องถือไพ่หลายใบพร้อมกัน เช่นในเกมไพ่บริดจ์หรือดัมมี่


